













ไครโอไลต์
โลหะอะลูมิเนียมเตรียมได้จากการหลอมเหลวแร่บอกไซต์แล้วแยกด้วยกระแสไฟฟ้าจะได้โลหะอะลูมิเนียมที่แคโทด โลหะอะลูมิเนียมมีสีเงิน มีความหนาแน่นต่ำ เหนียวและแข็ง ดัดโค้งงอได้ ทุบให้เป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดีมาก
มีจุดหลอมเหลวสูงมาก ทนความร้อนสูง ละลายได้ทั้งในกรดและเบส ออกไซด์ที่เกิดในธรรมชาติเรียกว่า คอรันดัม มีความแข็งมากและมีหลายสี จึงนิยมใช้ทำเครื่องประดับ สารประกอบซัลเฟตของอะลูมิเนียมที่ตกผลึกร่วมกับหะแอลคาไลน์ จะได้ผลึกของอะลัม (Alum) ชนิดหนึ่งซึ่งมีสูตรทั่วไปคือ
โดย M ในที่นี้คือไอออนบวกของโลหะ เช่น
หรือ
ส่วนสารส้มที่ใช้ตามบ้านคือสารส้มโพแทส มีสูตร
มีลักษณะเป็นผลึกใส ใช้มากในกระบวนการผลิตกระดาษและกระบวนการทำน้ำประปา
มีรูปผลึกหกเหลี่ยม ตรงกลางป่องและค่อยๆเรียวลงจนถึงปลายทั้ง 2 ด้าน มีความแข็งรองจากเพชร ส่วนมากมีสีเทาเขียว เทาฟ้า และเทาดำ ถ้ามีสีอื่นๆ จะเรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น สีแดงหรือม่วงเรียกทับทิม สีฟ้าหรือน้ำเงินเรียกไพลินหรือแซฟไฟร์ถ้ามีรูปดาว 6 แฉกจะรวมเรียกว่าพลอยสาแหรก คอรันดัมมีสีต่างๆ กัน เนื่องจากมีโลหะแทรนซิชันต่างชนิดกันปนอยู่ เช่น มีสีแดงเพราะมีโครเมียม สีน้ำเงินเพราะมีเหล็กกับไทเทเนียม
เป็นองค์ประกอบ เช่น หินงอก หินย้อย เปลือกหอย ดินมาร์ล และพบในสารประกอบซัลเฟต เช่น ยิปซัม แคลเซียมเตรียมได้โดยการแยกสารประกอบคลอไรด์ที่หลอมเหลวด้วยกระแสไฟฟ้าแคลเซียมเป็นโลหะที่มีความแข็ง มีจุดหลอมเหลว จุดเดือดและความหนาแน่นสูงกว่าโลหะแอลคาโลน์ สารประกอบของแคลเซียมที่น่าสนใจ ได้แก่ ออกไซด์ของแคลเซียม คือ CaO (ปูนดิบ) เมื่อผสมกับน้ำจะได้
(ปูนสุก)สารละลาย
เรียกว่า น้ำปูนใส
จากหินปูน ใช้ทำปูนขาว ชอล์ก ดินสอพอง ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตโซดาแอช
สำหรับ
หรือ ยิปซัม ใช้ผลิตแผ่นยิปซัมบอร์ด เป็นวัสดุก่อสร้าง ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผาชนิดโบนไชนา (Bone china) ซึ่งมีคุณภาพดีราคาแพง นอกจากนี้แคลเซียมยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน ถ้าร่างกายขาดธาตุแคลเซียมจะทำให้เป็นโรคกระดูกเสื่อม กระดูกผุ และฟันไม่แข็งแรง
ในธรรมชาติพบธาตุกัมมันตรังสีหลายชนิดเช่น
และ
หรืออาจเขียน U-238 U-235 Th-232 และ Rn-222 ก็ได้ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังสังเคราะห์ธาตุกัมมันตรังสีขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้อีก
สารประกอบคลอไรด์ของ
ธาตุคาบ
ที่ 2
สมบัติ
|
LiCl
|
BeCl2
|
BCl3
|
CCl4
|
NCl3
|
Cl2O
|
ClF
|
จุดหลอมเหลว (OC)
|
605
|
405
|
-107.3
|
-23
|
-40
|
-20
|
-154
|
จุดเดือด (OC)
|
1350-1360
|
520
|
12.5
|
76.8
|
71
|
3.8
|
-101
|
ความเป็นกรด–เบส
ของสารละลาย |
กลาง
|
กรด
|
กรด
|
ไม่ละลายน้ำ
|
ไม่ละลายน้ำ
|
กรด
|
กรด
|
สารประกอบคลอไรด์ของธาตุคาบ
ที่ 3
สมบัติ
|
NaCl
|
MgCl2
|
AlCl3
|
SiCl4
|
PCl3
|
SCl2
|
Cl2***
|
จุดหลอมเหลว (oC)
|
801
|
714
|
190*
|
-70
|
-112
|
-78
|
-101
|
จุดเดือด (oC)
|
1465
|
1412
|
182.7**
|
57.57
|
75.5
|
59 (สลายตัว)
|
-34.6
|
ความเป็นกรด–เบส
ของสารละลาย |
กลาง
|
กลาง
|
กรด
|
กรด
|
กรด
|
กรด
|
กรด
|
* ใช้ความดันทำให้หลอมเหลว** ระเหิดก่อนหลอมเหลวที่ความดัน 1 บรรยากาศ*** ปรากฏอยู่ในรูปโมเลกุลของธาตุ
1.คลอไรด์ของโลหะ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง เพราะเป็นสารประกอบไอออนิก (ยกเว้น BeCl2 เป็นสารประกอบโคเวเลนต์)
2.คลอไรด์ของอโลหะ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ำ เพราะเป็นสารประกอบโคเวเลนต์ที่โมเลกุลยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงแวนเดอร์วาลส์
3.สารประกอบคลอไรด์ที่ละลายน้ำได้ พบว่าคลอไรด์ของโลหะมีสมบัติเป็นกลาง (ยกเว้น BeCl2 และ AlCl3 เป็นกรด) ส่วนสารละลายคลอไรด์ของอโลหะทุกชนิดมีสมบัติเป็นกรด